Custom Search

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

‘ข้าวพื้นเมืองไทย’ ป้องกันโรค/ลดหุ่น ง่ายๆของคุณ






ข้าวพื้นเมืองไทย ป้องกันโรค

คนไทยเรากินข้าวทั้งข้าวเหนียว ข้าวเจ้ามาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้วครับ จะเห็นได้ว่าในบ้านเรามีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองนานาชนิด เจริญเติบโตขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ สิ่งแวดล้อม อากาศและอุณหภูมิที่เหมาะสม และคงจะกินกันไปเรื่อยๆ ครับ เพราะเป็นอาหารหลักของคนไทย แต่แปลกครับ คนไทยเรากินข้าวนั้นกินแบบให้อิ่ม กินให้อยู่ท้อง ไม่ค่อยสนใจหรอกครับว่าการกินข้าวร่างกายจะได้อะไรบ้าง เพราะดูเหมือนว่านักวิจัยเองก็ไม่สนใจอะไรมากมายเกี่ยวกับข้าวพื้นเมืองของไทย ทั้งที่เรากินข้าวมาเป็นร้อยเป็นพันปีแล้ว แถมคนรุ่นหลังไม่กล้ากินข้าวเยอะเพราะกลัวอ้วน เพราะว่ามีคาร์โบไฮเดรตสูง บางคนจึงไปกินอย่างอื่นแทน เพิ่งมีมานี้ครับ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพิ่งอยากทราบว่าในตัวของ ข้าวพื้นเมืองพันธุ์ต่างๆ" มีแหล่งแร่ธาตุทั้งปริมาณธาตุเหล็ก สังกะสี ทองแดง วิตามินอี มีมากน้อยขนาดไหน มีประโยชน์อะไร จึงให้ทุนสนับสนุนการวิจัย แก่ ผศ.ดร.รัชนี คงคาฉุย และคณะจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล จ.นครปฐม ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง ปริมาณธาตุเหล็ก สังกะสี และธาตุทองแดง วิตามินอี เบต้าแคโรทีนและลูทีนในข้าวพันธุ์พื้นเมืองจากแหล่งต่างๆ ของประเทศไทย ขึ้นมา คณะวิจัยชุดนี้จึงศึกษาวิจัยข้าวกล้องพันธุ์พื้นเมืองสายพันธุ์ต่างๆ ทั้งที่มีสีและไม่มีสีใน 26 จังหวัด ตั้งแต่ ร้อยเอ็ด เพชรบูรณ์ พิจิตร สระแก้ว มุกดาหาร ตราด พิษณุโลก เชียงราย อุทัยธานี พัทลุง แม่ฮ่องสอน น่าน กาญจนบุรี หนองบัวลำภู ขอนแก่น สุรินทร์ นราธิวาส สตูล บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ลำปาง เชียงใหม่ อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา และกาฬสินธุ์ ด้วยการนำข้าวพันธุ์พื้นเมืองเหล่านี้มาบดให้ละเอียดแล้วเก็บไว้ในขวดพลาสติกที่ผ่านการแช่กรด ต่อจากนั้นนำไปวิเคราะห์หาปริมาณความชื้นด้วยการอบที่อุณหภูมิมากกว่า 100 องศาเซลเซียส ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ข้าวพันธุ์พื้นเมืองของไทยมีค่าความชื้นเฉลี่ยร้อยละ 9.15 - 11.07 มีคุณค่าทางโภชนาการมากมายแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม รวมพันธุกรรมของพันธุ์ข้าว เช่น ข้าวกล้องก่องสีดำจากมุกดาหาร มีวิตามินอีสูงสุด คือ 1793.14 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม นอกจากนี้ยังพบธาตุเหล็กเช่นกัน แต่มีปริมาณต่ำ เช่น ข้าวมันปูจากขอนแก่น มีปริมาณธาตุเหล็ก 6.90 มิลลิกรัม ต่อข้าวดิบ 1 กิโลกรัม ส่วนธาตุสังกะสีมีความสำคัญต่อร่างกาย มีผลต่อความเจริญเติบโตและภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อ เด็กที่ขาดธาตุสังกะสีจะทำให้ร่างกายเตี้ยแคระแกรน ภูมิคุ้มกันต่างๆ ของร่างกายบกพร่อง ข้าวที่ธาตุสังกะสีมากที่สุดคือข้าวเหนียวดำหอมจากพัทลุงครับ มีธาตุสังกะสี 35.50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมข้าวดิบ ส่วนธาตุทองแดง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเอนไซม์หลายชนิดในการสร้างพลังงานและสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ พบว่าข้าวเกาเหลียงจากพัทลุง ข้าวม้ามุมจากมุกดาหาร และข้าวมะลิเลื้อยจากสระแก้วมีปริมาณธาตุทองแดง 1.30 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมข้าวดิบ ตรงนี้จะเห็นได้ว่าข้าวพื้นเมืองไทยล้วนแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แถมยังสามารถยับยั้งและป้องกันโรคได้หลายอย่างทีเดียว











เตือน! ซื้อ ‘ยาลดอ้วน’ กินเองอาจถึงตาย/ลดหุ่น ง่ายๆของคุณ



เตือน! ซื้อ ยาลดอ้วน กินเองอาจถึงตาย

สสจ.ลำปางเตือนสาวอยากสวยอย่าริซื้อยาลดความอ้วนมากินเอง อาจะมีอันตรายถึงตายได้ แนะออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทาน ... เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 52 เภสัชกรหญิงผ่องพรรณ สุเมธวาณิชย์หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุขสำนักงาน สาธารณสุขจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่ายาลดความอ้วนในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ยาที่ออกฤทธิ์ที่ทางเดินอาหาร และยาที่ออกฤทธิ์ที่สมองส่วนกลาง ซึ่งยาทั้ง 2 ชนิดช่วยให้น้ำหนักลด โดยยาที่ออกฤทธิ์ที่สมองส่วนกลางจะมีผลข้างเคียงที่มี อันตรายถึงชีวิตจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ซึ่งยาที่นิยมใช้กันคือ ยาเฟนเตอมีน เพราะมีผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด และยาดังกล่าวยังมีผลข้างเคียงอื่นๆ อีก ได้แก่ นอนไม่หลับ ปวดศีรษะความดันโลหิตสูง กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็วใช้ไปนานๆ อาจถึงขึ้นติดยาได้ หรือทำให้น้ำหนักลดลงคืนกลับมาอีก รวมทั้งพบอาการอื่นๆ อีก คือ ปากแห้งอาเจียน ท้องผูก เหงื่อออก ตื่นเต้น ม่านตาขยายประสาทหลอน อาจทำให้เกิดโรคจิตได้ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะพบว่ามีไข้สูง เจ็บหน้าอก การไหลเวียนของเลือดล้มเหลว ชัก โคม่า และตายได้ นอกจากนี้ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคฯ กล่าวต่อว่า ยังพบว่ามีการจำหน่ายยาชุดที่มีการนำไปใช้ลดน้ำหนัก โดยจัดไว้เป็นชุดให้รับประทานเหมือนกันในแต่ละวัน ประกอบด้วยยาประมาณ 1 - 5 รายการ อาทิ ยาลดความอยากอาหาร เช่น เฟนเตอมีน และแอมฟีพราโมน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยาระบาย ยาขับปัสสาวะ ยาลดการหลั่งของกรดในกระเพาอาหาร ซึ่งยานี้ไม่มีผลต่อการลดน้ำหนัก แต่ใช้เพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากยาลด ความอยากอาหารทำให้ไม่หิว การที่ร่างกายไม่ได้รับอาหาร แต่ยังมีกรดหลั่งเพื่อย่อยอาหาร อาจเป็นเหตุให้เกิดโรคกระเพาะ จึงให้ยานี้เพื่อลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ยาดไทรอยด์ฮอร์โมน เป็นยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำกว่าปกติ เป็นยาที่เพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย น้ำหนักจึงลดลงอย่างรวดเร็ว แต่น้ำหนักที่ลดลงเป็นน้ำหนักที่เกิดจากมวลรวมของร่างกาย แทนที่จะเป็นไขมันดังนั้นยานี้จึงส่งผลข้างเคียงสูงมาก และยังเป็นอันตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย ยาลดอัตราการเต้นของหัวใจ เช่น โพรพลาโนลอล ยากลุ่มนี้ปกติใช้ในการรักษาความดันโลหิตสูงและการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ การให้ร่วมกับยาชุดเนื่องจากยาจะลดอาการใจสั่นที่เกิดจากยาลดความอยากอาหาร ยานอนหลับ หรือยาที่มีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น ไดอาชีแพม มีผลข้างเคียง เช่น ง่วงซึม กดอาการหายใจ ความดันต่ำ ทั้งนี้ เภสัชกรหญิงผ่องพรรณ กล่าวด้วยว่า จึงขอเตือนประชาชนถึงการลดน้ำหนัก วิธีที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ หากจำเป็นต้องใช้ยาลดความอ้วนควรใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์เท่านั้น อย่าหาซื้อมาใช้เองเพราะยาลดความอ้วนมักเป็นวัตถุออกฤทธิ์ มีผลข้างเคียงสูงทั้งต่อหัวใจและหลอดเลือดอาจถึงแก่ชีวิตได้ อีกทั้งเตือนร้านขายยาอย่าทำผิดกฎหมาย


วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552

วิธีลดอาการปวดประจำเดือน/วิธีดูแลหน้าท้องลาย



วิธีลดอาการปวดประจำเดือน

สาวๆ ที่มีประจำเดือนมาก็มักจะปวดท้องกันบ้าง มีการสำรวจค่ะว่า ผู้หญิง 50% ของวัยเจริญพันธ์ มีอาการปวดประจำเดือน และ 10% ของคนที่ปวดประจำเดือนจะปวดรุนแรงจนไม่สามารถไปทำงานหรือไปเรียนได้เลยค่ะ

วิธีการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

1. ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย อย่าเครียด หรือวิตกกังวลกับการปวดท้อง

2. ประคบด้วยกระเป๋าน้ำร้อน โดยน้ำกระเป๋าน้ำร้อน(หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป)มาใส่น้ำร้อน แล้วพันด้วยผ้าขนหนู เพื่อจะได้ไม่ร้อนมากเกินไป นำมาวางประคบที่ท้องน้ย ประมารครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย หรือจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้นหรือหายปวดก็ได้ค่ะ อาจใช้ลูกประคบสมุนไพรมาประคบแทนก็ได้ค่ะ

3. บริหารร่างกายด้วยท่าต่อไปนี้

3.1 ท่าแมว โดยคุกเข่า เอามือยันพื้นไว้ แล้วแขม่วหน้าท้องช้าๆ พร้อมกับโก่งหลังขึ้น แล้วค่อยๆ ปล่อยลง ทำเช่นนี้ขณะปวดท้อง

3.2 ท่าบิดเอว โดยนอนราบกับพื้นหรือเตียงก็ได้ค่ะ ชันเข่าขึ้น 2 ข้าง แล้วค่อยๆ พับเข่าทั้ง 2 ข้างไปทางซ้าย กดไหล่ให้แนบกับพื้นให้มากที่สุด จากนั้นยกเข่ากลับมาที่เดิม แล้วพับลงทางขวา สลับไปมาขณะปวด

3.3 ท่าเด็ก โดยนั่งบนส้นเท้าให้หลังเท้าราบกับพื้น จากนั้นก้มตัวลง ยืดหลังและเหยียดแขนออกไปข้างหน้า วางกับพื้น

4. ในช่วงที่ไม่ได้มีประจำเดือน ควรทำท่าบริหาร sit up เป็นประจำ จะช่วยให้ลดการปวดประจำเดือนลงได้ด้วยค่ะ







วิธีดูแลหน้าท้องลาย

สาวๆ ที่อ้วนหรือมีน้องมาก่อน จะเห็นว่าหน้าท้องเราจะลายได้ นั่นเกิดจากการที่ผิวหนังเราถุกยืดมากจนปริ ทำให้เกิดเป็นริ้วรอย บางคนมีอาการคันด้วย อย่าไปเกานะคะ ยิ่งเกาก้จะยิ่งเกิดรอยมากขึ้นค่ะ ทีนี้เรามาดูวิธีดูแลหน้าท้องลายกันค่ะ

1. ใช้ครีมบำรุงผิวหรือน้ำมันมะกอกทา แล้วนวดเบาๆ อาจใช้ครีมบำรุงสำหรับท้องลายที่มีขายในท้องตลาดก็ได้ค่ะ

2. ห้ามเกาเด็ดขาด ถ้าคันให้ทาครีมแทนค่ะ

3. บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องให้แข็งแรง ยิ่งบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องแต่ยังสาวๆ และขณะตั้งครรภ์ ก้จะช่วยกระชับครรภ์ไม่ให้ยืดออกอย่างรวดเร็วค่ะ ก็จะช่วยลดการเกิดหน้าท้องลายได้ค่ะ


วิธีลดความอ้วนที่ดีที่สุด/ลดหุ่น ง่ายๆของคุณ



วิธีลดความอ้วนที่ดีที่สุด ก็คือการออกกำลังกายนี่เอง แต่การออกกำลังกายก็มีหลากหลายประเภทซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างๆ กันค่ะ เราควรจะรู้หลัก และสิ่งที่ไม่ควรทำในการออกกำลังกายแต่ละชนิด เพื่อจะได้ผลดีและปลอดภัยที่สุดในการออกกำลังกายนะคะ

วิ่ง

เป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ให้ประโยชน์กับปอด หัวใจและกล้ามเนื้อ ข้อแนะนำในการวิ่งคือ ควรยืดกล้ามเนื้อก่อนที่จะวิ่งเพื่อลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ และควรวิ่งอย่างน้อย 20 นาที 3-5 วันต่อสัปดาห์

เดิน

เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด เป็นการออกกำลังแบบแอโรบิกเช่นเดียวกับการวิ่ง การเดินถ้าก้าวขายาวๆ ก็จะได้การยืดกล้ามเนื้อ และหากเดินเร็วขึ้นก็จะได้กำลังกล้ามเนื้อขา ข้อแนะนำคือควรเดินเร็วๆ วันละ 30 นาทีให้ได้ 5 วันต่อสัปดาห์ สามารถแบ่งช่วงเดินได้นะคะ คืออาจจะแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงละ 10 นาทีค่ะ แต่ละช่วงไม่ควรต่ำกว่า 10นาทีนะคะและต้องเดินเร็วๆ ไม่ใช่เดินเล่น เดินทอดน่องนะคะ จะไม่ได้ผลอะไรค่ะ

ขี่จักรยาน

เป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ใช้กล้ามเนื้อขาเพิ่มขึ้น ให้ประโยชน์กับปอด หัวใจและกล้ามเนื้อ เช่นเดียวกับการวิ่ง แต่ได้น้อยกว่าการวิ่งค่ะ

แร็คเก็ตสปอร์ต

ได้แก่แบดมินตัน เทนนิส สควอช เป็นการออกกำลังกายที่ผสมระวห่างแอโรบิกกับแอนแอโรบิค คือมีหยุดเป็นช่วงๆ ได้ประโยชน์กับหอดและหัวใจ ความแข็งแรงกล้ามเนื้อ แต่มีโอกาสบาดเจ็บเนื่องจากมีการกระแทกลงน้ำหนัก การบิดข้อต่อต่างๆ คนที่อายุมากไม่ควรเล่นกีฬาประเภทนี้ทุกวัน

กอล์ฟ

เป็นการออกกำลังระดับเบาถึงปานกลาง ซึ่งการออกกำลังกายด้วยการเล่นกอล์ฟเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับคนสูงอายุ แต่หากเป็นคนวัยกลางคนลงมาถึงวัยรุ่น การเล่นกอล์ฟอย่างเดียวไม่เพียงพอค่ะ ข้อควรระวังในการเล่นกอล์ฟคือกล้ามเนื้อต้องแข็งแรงและยืดเหยียดดีพอสมควร

พิลาทิส

เป็นการออกกำลังกายที่เน้นเรื่องความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วงลำตัวทั้งหมด เน้นเรื่องการวางท่าทางที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันมีแหล่งฝึกพิลาทิสจำนวนมาก สามารถฝึกได้ด้วยตนเองค่ะ

ชี่กง ไทชิ

ถือว่าเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เพราะมีความต่อเนื่อง และได้ความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังได้ฝึกความสมดุลของร่างกายและสมาธิ ปัจจุบันการออกกำลังกายประเภทนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

โยคะ

เป็นที่นิยมอย่างมากทั่วโลก และเป็นการออกกำลังกายที่ดี ได้ความยืดคลายกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสูง มีข้อควรระวังคือคนสูงอายุควรได้รับการฝึกจากขั้นพื้นฐานอย่างถูกต้อง ไม่เช่นนั้นอาจได้รับการบาดเจ็บได้

การออกกลังกายแต่ละอย่างมีประโยชน์ต่างๆ กันไปนะคะ ควรออกกลังกายแบบผสมผสานกันไปหลายๆ แบบค่ะ




มื้อเย็นเป็นมื้ออันตราย เป็นมื้อตายผ่อนส่ง




มื้อเย็นเป็นมื้ออันตราย เป็นมื้อตายผ่อนส่ง

ทำอย่างไรจึงจะไม่แก่ และอายุยืน คำตอบคือ กินสายกลาง

กินสายกลาง คือ กินมื้อเช้าและมื้อเที่ยง + งดมื้อเย็น

เปรียบตัวเราเป็นรถยนต์ ตื่นเช้ามาต้องเติมน้ำมันก่อน หรือกินมื้อเช้า รถจึงจะวิ่งได้ ถึงเที่ยงน้ำมันยังไม่หมด เติมอีกครั้ง ถึงเย็นก่อนนอนก็ยังไม่หมดพิสูจน์ได้ดังนี้

สมมุติกินไข่ลวก 1 ฟองโตๆ มีไข่แดงหนัก 50 กรัม ในไข่แดงมีคลอเลสเตอรอล 1 กรัม ให้พลังงาน 9 แคลอรี่ ฉะนั้น 50 กรัม ให้พลังงาน 450 แคลอรี่ จะต้องออกกำลังกายเพื่อใช้พลังงานนี้ โดยขี่จักรยานตั้งแรงต้านไว้ 1.3 ก.ก.. ความเร็วที่ปั่นบันไดจักรยาน 60 รอบต่อนาที ขี่อยู่นาน60 นาที จะเหนื่อยหอบ เหงื่อไหลท่วมตัว แต่ใช้พลังงานไปเพียง 300 แคลอรี่ ไข่ใบเดียวใช้ไม่หมด

ฉะนั้นถ้ากินมื้อเช้า มื้อเที่ยง จนถึงเย็น พลังงานยังเหลือแน่นอน ไม่จำเป็นต้องไปเติมอีก เพราะเวลานอนร่างกายจะนำพลังงานที่เหลือใช้ไปเก็บในที่ต่างๆ โดย ตับ เป็นผู้ทำงานนี้ ถ้าพลังงานเหลือมาก การเอาไปเก็บในที่ต่างๆ ก็มากทำให้อ้วน และแน่นอนถ้าเก็บไม่หมดโดยเฉพาะพวกไขมันตัวโตๆ จะต้องค้างอยู่ในหลอดเลือด ถ้าค้างสะสมมากเท่าใด รูหลอดเลือดก็จะเล็กลงทุกวัน เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้น้อยลง อวัยวะทั้งหลายก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้นหรือแก่เร็วขึ้น ถ้าวันไหนอุดตัน เช่น ถ้าตันที่สมอง จะกลายเป็นคนพิการอัมพาตครึ่งซีก ถ้าอุดตันที่ไต ต้องล้างไต เปลี่ยนไต ถ้าตันที่ขา อาจต้องตัดขาทิ้ง ถ้าตันที่กล้ามเนื้อหัวใจ ก็จะไม่มีโอกาสได้สั่งลาใคร

การกินมื้อเย็นจึงเป็นมื้อที่เร่งกระบวนการเสื่อมถึงเสียชีวิตให้เร็วขึ้นไปอีก มื้อเย็นจึงเป็นมื้ออันตราย เป็นมื้อตายผ่อนส่ง ยิ่งกินมื้อเย็นมาก ยิ่งผ่อนส่งมาก ตายเร็ว ถ้าไม่กินมื้อเย็น ก็จะแก่ช้า เสื่อมช้า อายุยืน

การไม่กินอาหารมื้อเย็น เป็นเรื่องที่ต้องเอาชนะใจตัวเองอย่างมาก ถ้าใครทำได้จะตัดทั้งกิเลส สุขภาพดี อายุยืน และมีสมาธิดี ความมุ่งมั่นสูง ได้ประโยชน์ทั้งกายและใจ แต่ท่านต้องฝึกกระเพาะให้เกิดความเคยชิน

วิธีฝึกมี 4 วิธี

1. ค่อยๆ ลดปริมาณอาหารมื้อเย็นทีละน้อยๆ เช่นลดกินข้าวจาก 2 จาน เหลือ1 1/2 จาน สัก 3-4 เดือน โดยมีข้อแม้ว่าหลังอาหารเย็น แล้ว ห้ามกินอาหารใดๆ ทั้งนั้นยกเว้นน้ำเปล่า พอกระเพาะชินแล้วลดเหลือ 1 จาน ต่อไปครึ่งจาน ต่อไปไม่กินข้าวเลยกินแต่กับ ต่อไปกินผักผลไม้ สุดท้ายงดอาหารเย็น

2. ร่นเวลากินอาหารเย็น เช่นจาก 2 ทุ่มมากิน 1 ทุ่ม ต่อไปเลื่อนเป็น 6 โมงเย็น 5 โมงเย็น 4 โมงเย็น สุดท้ายงดอาหารเย็น

3. กินเม็ดแมงลักแทนมื้อเย็น ใช้เม็ดแมงลัก 2 ช้อนโต๊ะใส่ในถ้วยน้ำแกงหรือน้ำเปล่าคนแล้วดื่มทันที ดื่มน้ำตามอีก 4-5 แก้ว

4. กินมังสะวิรัตมื้อเย็น การกินผักผลไม้ถือว่าเป็นอาหารไม่มีพิษ ร่างกายจะได้พักไม่ต้องทำลายพิษของอาหารเนื้อสัตว์ พิษที่สะสมไว้ก่อนก็จะถูกตับ ไต กำจัดหมดไปเองได้ ร่างกายมีเวลาถึง 18 ช.ม. กำจัดพิษที่ติดมากับมื้อเช้า มื้อเที่ยงได้ทัน

ฉะนั้นการไม่กินอาหารเย็น จึงเป็นเวลาที่ตับ ไต จะสามารถกำจัดสารพิษจากอาหารมื้อเช้าและเที่ยงได้หมด ร่างกายจึงบริสุทธิ์ทุกวัน


นม - มัจจุราชเงียบต้องระวังครับ/ลดหุ่น ง่ายๆของคุณ






นม - มัจจุราชเงียบ

ใครๆ ก็แนะนำให้ดื่มนม นมมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นความจริงที่สำหรับคนเราในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะตอนนั้นข้าวของทุกอย่างแพงหมด เพราะขาดแคลน คนที่มีเงินเท่านั้นจึงจะได้กินดีอยู่ดี ได้รับโปรตีนมากกว่า ทำให้มีสุขภาพดีกว่าคนที่ขาดอาหาร ขาดโปรตีน

แต่ในสมัยนี้มันเปลียนไปแล้ว เพราะคนส่วนมากจะเกิดภาวะการบริโภคเกินซะมากกว่า และที่สำคัญโปรตีนที่คนส่วนใหญ่ได้มา ส่วนหนึ่งก็มาจากการดื่มนมนั่นเอง ในนมมีอะไรที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทั้งที่ในนม มีไขมัน โปรตีน และแคลเซียม ไขมันในนมเป็นไขมันจากสัตว์ ซึ่งอุดมไปด้วยโคเลสเตอรอล เป็นไขมันอิ่มตัว เราอุตส่าห์หนีน้ำมันหมู แล้วยังมากินนมเอาโคเลสเตอรอลเข้าไปอีกหรือ คนที่วิจัยเรื่องนี้ ก็คือ The Milk Industry Foundation บอกว่า คนกินนมแล้วเสี่ยงต่อโรคอ้วน บริษัทนมจึงแก้ปัญหาด้วยการทำนมพร่องไขมัน ซึ่งก็ยังมีไขมันเหลืออยู่อีกครึ่งหนึ่ง

จากข้อสังเกตที่ว่า คนอเมริกันกินนมเยอะที่สุด และมีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินพ่วงตามมาด้วย ผู้ชายอ้วน 27% ผู้หญิง 46% ในขณะที่สถิติเรื่องอ้วนในคนไทยมีแค่ประมาณ 20% ทั้งหญิงและชาย

เรื่องเบาหวานในคนอเมริกันก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ ขอกระซิบเบาๆ ว่า คนอเมริกันเป็นเบาหวานมากกว่าคนไทย 3 เท่าเชียวนะ สถิติโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง ในคนอเมริกันล้วนแล้วแต่สูงกว่าคนไทยทั้งสิ้น น่าแปลกที่ฝรั่งที่มาสอนให้เราดื่มนมป้องกันกระดูกพรุน กลับมีอัตราเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนมากกว่าเราเกือบ 9 เท่า !

จึงมีคนเอะใจว่า การกินอาหารแบบอเมริกันน่าจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เราเจ็บป่วยเสียแล้ว และเรื่องนมวัวก็ไม่หลุดรอดจากการตรวจสอบไปได้ ผลจากการตรวจสอบเราพบว่าปัญหาจากนมวัวเกิดเพราะสถานการณ์ต่างๆ ในโลกได้เปลี่ยนไป

สุขภาพคนไทยเปลี่ยนจากทุโภชนาการเป็นโภชนาการล้นเกิน

สถานการณ์แรกที่ต้องคิดถึงก็คือ การรณรงค์ให้ดื่มนมวัวเริ่มสมัยหลังสงครามโลกใหม่ๆ สมัยนั้นเป็นสมัยที่คนไทยยังขาดอาหารอยู่ มีภาวะทุโภชนาการอยู่ทั่วไป แต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปในทางตรงกันข้าม คนไทยมีอาหารการกินอย่างเหลือเฟือ จนโรคอ้วนถามหากันเป็นทิวแถว การมาส่งเสริมให้ดื่มนมกลับเป็นการซ้ำเติมโรคอ้วนให้แย่ลงไปอีก

มีวิจัยว่า นมวัวเป็นสาเหตุของโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจหลอดเลือด แม้ว่าคุณจะดื่มนมพร่องไขมันแล้วก็ตาม แต่คำว่าพร่องไขมันในที่นี้ เป็นการเล่นคำ เพราะพร่องไขมันก็คือยังมีไขมันอยู่ แต่น้อยกว่าปกติเท่านั้นเอง

มีการนำเอาเด็กนักเรียนโรงเรียนนานาชาติในจังหวัดเชียงใหม่มาตรวจหาระดับไขมันในเลือดดู พบว่าเด็กเหล่านี้ที่ถูกเลี้ยงดูให้กินนมต่างน้ำ มีไขมันสูง ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีสูงถึง 25% อายุ 6-15 ปีมีถึง 70% และระดับไขมันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ นั่นหมายความว่าเด็กเหล่านี้เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาว เขาก็มีปัญหาไขมันอุดตันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นมวัวเพิ่มความเสี่ยงต่อภูมิแพ้ - ไซนัสอักเสบ - หอบหืด

นมวัวเพิ่มความเสี่ยงต่อภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ และหอบหืดในคนไทยด้วย เพราะว่าพันธุกรรมของคนไทยนั้นมักจะแพ้ต่อนมวัว เคยมีการวิจัยในอาสาสมัครคนไทยที่ให้ดื่มนมวัวแล้วนำมาส่องดูเยื่อบุโพรงจมูกและเยื่อบุลำไส้ พบว่าคนเหล่านี้มีอาการบวมของเยื่อบุโพรงจมูกและลำไส้ถึง 100%

ดื่มนมเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี

เนื่องจากนมเป็นสาเหตุที่สำคัญของไขมันในเลือดสูง ดังนั้นนมจึงมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้ด้วย ทั้งนี้นิ่วในถุงน้ำดีบางส่วนเกิดจากการที่มีสมดุลของน้ำดีและไขมันผิดปกติ ทำให้น้ำดีตกตะกอนเป็นนิ่วได้

ดื่มนม...มะเร็งอาจถามหา

นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950-1975 หลังญี่ปุ่นแพ้สงคราม นักวิจัยชาวญี่ปุ่นพบว่าคนญี่ปุ่นดื่มนมเพิ่มขึ้น 15 เท่า กินเนื้อสัตว์เพิ่ม 7.5 เท่า ผลก็คือในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้หญิงญี่ปุ่นป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้มากกว่าเดิม 300% ซึ่งตรงกับงานวิจัยของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติอเมริกาที่ว่า อาหารไขมันอิ่มตัวสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม

การประชุมกองทุนวิจัยมะเร็งโลก (WCRF) และสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ (AICR) ก็มีงานวิจัยการสรุปออกมาเหมือนกันว่านมเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งของมะเร็ง แต่ด้วยความเกรงใจบริษัทที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้ ก็เลยมีการแก้ไขถ้อยคำให้รุนแรงน้อยลงหน่อยว่า นมอาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็ง

นมไม่ใช่แหล่งอาหารที่ดีที่สุด

การวิจัยว่าการที่ชาวตะวันตกเกิดโรคมากมายมีผลมาจากการดื่มนม 150 ลิตร/ปี หรือเฉลี่ยคือการดื่มนมมากเกิน 1.6 แก้ว/วัน แต่อย่าลืมนะว่าฝรั่งน่ะตัวใหญ่กว่าเรานะ ดังนั้นการออกมารณรงค์ให้คนไทยที่ดื่มนมวันละ 1 แก้วก็นับว่ามากจนเกินไป

จะกินดื่มอะไร ถ้าไม่ให้ดื่มนม(วัว)

มีคนถามว่า ถ้าการดื่มนมวัวน่าจะเกิดโทษมากกว่าเกิดประโยชน์ ถ้าเช่นนั้นเราจะกินดื่มอะไรกันดี

เด็ก นมแม่มีประโยชน์ที่สุด การเข้ามาของผลิตภัณฑ์นม ทำให้แม่ลดการให้นมลูกเองเหลือเพียง 4 % กรณีที่แม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน แม่สามารถกลับมาป้อนนมได้ในตอนเย็นและค่ำ หลังจากนั้นปั๊มน้ำนมเก็บใส่ตู้เย็นไว้ เพื่อให้คนที่บ้านป้อนเด็กในตอนกลางวัน

การให้นมแม่ประหยัดเงินได้มาก ลูกมีภูมิต้านทานดี ไม่เจ็บป่วยง่าย เด็กที่เติบโตด้วยนมแม่จะอารมณ์ดี


กินช็อกโกแลตเพื่อลดความอ้วน






กินช็อกโกแลตเพื่อลดความอ้วน

หัวข้อนี้น่าจะถูกใจสาวๆ หลายคนเพราะชอบกินช็อกโกแลตแต่ก็กลัวอ้วน เลดี้ทิปได้นำบทความจากหนังสือ "หุ่นดีเพราะกินช็อกโกแลต" มาฝากค่ะ

มีการวิจัยเกี่ยวกับช็อกโกแลตค่ะ การวิจัยนี้ทดสอบโดยอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีโดยมีชาย 7 คนหญิง 8 คน และแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มที่ 1 กิน dark chocolate วันละ 100 กรัม อีกกลุ่มหนึ่งกิน white chocolate 90 กรัม ทุกวันเป็นเวลา 15 วัน

ผลที่ได้คือกลุ่มที่กิน dark chocolate ทุกคนมีความดันโลหิตลดลง และมีความไวต่ออินซูลินซึ่งเป็นตัวสำคัญในการเผาผลาญน้ำตาลมากขึ้น ส่วนกลุ่มที่กิน white chocolate ความดันโลหิตไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

เนื่องจากว่า dark chocolate มีระดับฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมาก ซึ่งเป็นสารเสริมสร้างสุขภาพของหัวใจ ช่วยให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น และยังช่วยลดอาการอุดตันของหลอดเลือดอีกด้วยค่ะ ส่วน white chocolate ถูกตั้งข้อสันนิษฐานว่า นมอาจเป็นตัวที่ขัดขวางการดูดซับฟลาโวนอยด์นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ในงานวิจัยยังระบุอีกด้วยว่าควรกิน dark chocolate ในปริมาณเทียบเคียงกับระดับแคลอรี่ที่เราทานในแต่ละวัน โดยที่ dark chocolate 100 กรัมให้พลังงาน 500 แคลอรี่ค่ะ ง่ายๆ ก็ทาน dark chocolate วันละ 100 กรัมก็ได้ค่ะ

รู้แบบนี้แล้วไปหาซื้อ dark chocolate มากินดีกว่านะคะ