Custom Search

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552

วันนี้คุณกินข้าวเช้าหรือยัง"ขอบอกว่าสำคัญมาก"







หมอที่โรงพยาบาลฯอบรมว่าทุกคนต้องกินอาหารเช้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้หลากหลาย เพราะเมื่อร่างกายไม่มีพลังงานจากอาหารเช้าไปใช้ ร่างกายจะดึงสารอาหารจากอวัยวะส่วนอื่นออกมา (ไม่ใช่ไขมัน ไขมันยังอยู่เหมือนเดิม) ซึ่งภายใต้กระบวนการนี้จะเกิดกรดชนิดหนึ่งออกมาด้วย ซึ่งการที่เราบอกว่าไม่กินข้าวเช้า ก็ยังทำงานได้เป็นปกติมาตั้งหลายปีแล้ว นั่นคือ ร่างกายได้นำเอากรดที่เกิดขึ้นมาใช้แทนพลังงานทุกวัน เราจึงทำงานโดยใช้กรดแทนพลังงาน และเมื่อร่างกายต้องผลิตกรดออกมาบ่อยๆ พออายุมากขึ้นเราก็จะเป็นโรคตามมาหลายอย่าง นอกจากนี้ เรารู้หรือไม่ว่า โดยปกติแล้วร่างกายของมนุษย์เราผลิตสารพิษอยู่ภายในร่างกายตลอดเวลา เป็นขยะ เหมือนรถที่เมื่อเติมน้ำมันเข้าไปแล้วก็จะมีควันออกมา ภาษาทางการแพทย์เขาเรียกขยะในร่างกายนี้ว่า สารอนุมูลอิสระ (oxidant) เกิดจากการสันดาปพลังงานของร่างกาย แล้วคายของเสียออกมา(ไม่ใช่อุจจาระนะ คนละแบบ)
นอกจากนี้ร่างกายจะเร่งผลิตสารอนุมูลอิสระอีกก็ต่อเมื่อเวลาเราเครียดหรือต้อง ทำงานหนัก ใช้สมอง ประกอบกับเจอมลภาวะต่างๆ สภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ อุปนิสัยการดื่มสุรา สูบบุหรี่ ก็ยิ่งเป็นตัวสร้างให้เกิดสารพิษนี้มาก
การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอตอนกลางคืนเป็นหนทางและเวลาสำคัญที่ร่างกายจะสร้างสารต่อต้านสารอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) ขึ้น เพื่อกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เกิดตอนกลางวัน การนอนให้เพียงพอและหลับสนิทจะเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะการกำจัดของเสีย แต่ยังช่วยให้เม็ดเลือดแดงของคนเราแข็งแรง สร้างฮอร์โมนเพศทำให้ร่างกายสมบูรณ์ มีน้ำมีนวล คุณหมอเอาภาพขยายเม็ดเลือดแดงของผู้จัดการชายอายุ 35 คนหนึ่งซึ่งเป็นคนไข้มาให้ดู เปรียบเทียบกัน 2 ภาพ ผู้ชายคนนี้เหมือนมนุษย์งานทั่วไป ทำงานหนักและเครียดขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ปรากฎว่าจำนวนเม็ดเลือดแดงของเขามีลักษณะเป็นก้อนขยุกขยุย ไม่เป็นรูปทรงกลม เหมือนกลุ่มเม็ดเลือดแดงที่ควรเป็น เกิดความผิดปกติขึ้นเนื่องจาสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจำนวนมาก ไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงในร่างกาย ซึ่งก็จะนำมาซึ่งโรคร้ายจำนวนมากอย่างที่คนไทยกำลังนิยมอยู่ จงจำไว้ว่า

1.ทานอาหารเช้าแบบราชา อาหารกลางวันพอประมาณ และอาหารเย็นแบบยาจก หลีกเลี่ยงไขมันและของหวาน ออกกำลังกายให้ได้วันละอย่างน้อย 30-40 นาที(20 นาทีแรกร่างกายเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต อีก 10-20 นาทีต่อมาร่างกายจึงจะค่อยเผาพลาญไขมัน)
2.นอนหลับ หรือ หลับนอนก็แล้วแต่ ให้เพียงพอ
3.รับแสงแดด ช่วง 8.00-9.00 ซึ่งมี UV ที่เป็นประโยชน์
4.พยายามเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการหัวเราะ ขำขัน ถ้าบ้าได้ก็ดี ชีวีจะเป็นสุข














ลดน้ำหนักง่ายๆ ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว/ลดหุ่น ง่ายๆของคุณ







ลดน้ำหนักง่ายๆ ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว

งานวิจัยจากแพทย์สมัยใหม่เขาบอกว่า แค่สมุนไพรที่หาได้ใกล้ๆ บ้านก็ช่วยให้คุณผอมได้แล้ว

ขิง
ทำไมกินขิงแล้วถึงร้อน คำตอบก็คือเพราะมันไปเร่งกระบวนการเผาผลาญพลังงานในตัวเรน่ะสิ จะพิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์หรือของอ้วนๆ ทั้งหลายที่กินเข้าไป เจอน้ำขิงร้อนๆ สักแก้วไม่นานร่างกายก็เผาผลาญหมด แถมขิงยังมีเอนไซม์ช่วยเรื่องการย่อยสูงมากๆ เมื่อกินแล้วย่อยหมดก็ไม่ต้องกลัวว่าพุงจะป่องจนใส่ชุดรัดรูปไม่ได้

ชาดอกชบา
ชาชนิดนี้จะทำให้ร่างกายดูดซึมไขมันไปเก็บไว้น้อยลง ไขมันที่เหลือจึงถึงขับทิ้งไปจนหมด และยังช่วยล้างพิษออกจากลำไส้ ลดอาการบวมน้ำก่อนมีประจำเดือน เห็นไหม มีแต่เรื่องผอมๆ ทั้งนั้น

ขมิ้น
สรรพคุณของเจ้าสมุนไพรที่หาซื้อง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยชนิดนี้ เริ่ด! เพราะมันต่อต้านไม่ให้ร่างกายสะสมไขมัน จึงเป็นยาลดความอ้วนเลยล่ะ นักวิจัยเขาทดลองเอาขมิ้นบดให้หมูกิน ปรากฏว่าเจ้าหมูผอมเอาๆ ทั้งๆ ที่ยังกินอาหารไขมันสูงอย่างอื่นคู่ไปด้วย .. ของดีๆ อยู่ในบ้านเรานี่เอง

ช็อกโกแลต
ขอย้ำว่าไม่ได้พิมพ์ผิด ของอ้วนตัวแม่อย่างช็อกโกแลตนี่ล่ะช่วยลดความอ้วนได้จริงๆ แต่ต้องเป็นดาร์กช็อกโกแลต หรือ ช็อกโกแลตที่ไม่ใส่นมไม่เติมน้ำตาลเท่านั้น เพราะที่จริงแล้วในช็อกโกแลตแท้ๆ จะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยสลายไขมันในเลือดอยู่เพียบ แต่ที่เรากินแล้วอ้วนก็เพราะคนขายเขาใส่ช็อกโกแลตนิดเดียวแต่เพิ่มนม





วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552

หอมกรุ่น..กลิ่นกาแฟ/ลดหุ่น ง่ายๆของคุณ

หอมกรุ่น..กลิ่นกาแฟ

นับตั้งแต่สมัยโบราณ คนเรารู้จัก "กาแฟ" มาเป็นระยะเวลากว่าพันปีแล้ว จวบจนปัจจุบันกาแฟนับเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมยิ่งและนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก แต่จะมีอีกกี่คนที่ทราบว่านอกจากรสละมุนลึกล้ำแล้ว หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม "คาเฟอีน" ในกาแฟมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจในหลายด้านด้วยกัน

คาเฟอีนกระตุ้นให้สมองตื่นตัว ซึ่งจะเร่งความเร็วของการประมวลผลข้อมูล ในสมองและย่นระยะเวลาในการตอบสนอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานที่ต้องการสมาธิ การใช้เหตุผลและความจำ คาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะ ช่วยลดความหงุดหงิด อารมณ์ซึมเศร้าและความเครียดได้ ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกพึงพอใจและมีความสุข

ด้านโภชนาการ การดื่มกาแฟช่วยให้ร่างกายได้รับของเหลวเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน อีกทั้งเนื้อกาแฟยังมีแร่ธาตุไนแทซเซียมและไนอาซีน ซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ยังมีรายงานวิจัยว่าคาเฟอีนช่วยกระตุ้นการใช้พลังงานของร่างกาย ทำให้ไขมันสลายตัวเพิ่มขึ้น จึงอาจดื่มกาแฟเป็นเครื่องดื่มในการลดน้ำหนัก และเนื่องจากคาเฟอีนและสารอื่นที่มีอยู่ในกาแฟช่วยกระตุ้นการหลั่งกรดและน้ำย่อย กาแฟจึงช่วยในการย่อยอาหารเป็นเหตุให้คนจำนวนมากดื่มกาแฟหลังอาหารแต่ละมื้อ

จากการวิจัยทางการแพทย์สหรัฐฯ โดยดร.จี เวปสเตอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและคณะจากศูนย์การแพทย์นครฮอนโนลูลู สหรัฐฯ พบว่าผู้ชายที่ไม่ดื่มกาแฟมีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคพาคิสันมากกว่าพวกที่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 5 ถ้วย ถึง 5 เท่า

ผลกระทบของคาเฟอีนต่อเส้นเลือดมีประโยชน์ต่อวงการแพทย์ เพราะคาเฟอีนช่วยไปขยายหลอดเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เส้นเลือดแดงบริเวณที่ศีรษะหดตัว ซึ่งช่วยลดอาการปวดหัวจากไมเกรนได้ จากการศึกษาของนายแพทย์ วินเซนต์ ทูบิโอโล แห่งศูนย์การแพทย์ยูซีแอลเออ-ฮาร์เบอร์ ได้ตั้งทฤษฎีใหม่ว่า การรับคาเฟอีนจำนวน 400 มิลลิกรัมต่อวัน อาจช่วยลดอาการแพ้เกสรดอกไม้ได้

จากรายงานการวิจัยในกลุ่มสตรีที่ดื่มกาแฟไม่เกิน 5 ถ้วยต่อวันพบว่า กาแฟไม่มีส่วนทำให้เป็นการเสี่ยงต่อการเป็นโรคของหัวใจมากขึ้น แม้ในรายที่มีปัญหาเส้นเลือดอุดตันหรือหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟทุกวัน วันละหกถ้วยขึ้นไปก็ไม่มีอัตราหัวใจสูงกว่าปกติ และจากการสำรวจหลายครั้ง รวมทั้งการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่าผู้ดื่มกาแฟมีอัตร่การเป็นมะเร็งเต้านมต่ำกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ ส่วนการศึกษาของมหาวิทยาลัยบอสตันพบว่า คนไข้ที่ดื่มกาแอย่างน้องห้าถ้วยต่อวัน มีความเสี่ยงเป้นมะเร็งลำไส้ต่ำกว่ากลุ่มอื่นถึงร้อยละ 40

กาแฟยังกลายเป็นข่าวดีสำหรับผู้ชายทั่วโลก เมื่อดร.ดาร์ซี โรแบร์โตลิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชวิทยาของมหาวิทยาลัยริโอ เดอจาเนโร ในบราซิล เปิดเผยว่า ผู้ที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศอันเนื่องมาจากการดื่มสุรา การเสพยา ภาวะซึมเศร้าและอายุขัย สามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

"ท่าลดหน้าท้องสุดฮิต" ครับลองทำดูได้ผล















หอมกรุ่น กลิ่นกาแฟ กาแฟ






หอมกรุ่น กลิ่นกาแฟ กาแฟ

นับตั้งแต่สมัยโบราณ คนเรารู้จัก "กาแฟ" มาเป็นระยะเวลากว่าพันปีแล้ว จวบจนปัจจุบันกาแฟนับเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมยิ่งและนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก แต่จะมีอีกกี่คนที่ทราบว่านอกจากรสละมุนลึกล้ำแล้ว หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม "คาเฟอีน" ในกาแฟมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจในหลายด้านด้วยกัน

คาเฟอีนกระตุ้นให้สมองตื่นตัว ซึ่งจะเร่งความเร็วของการประมวลผลข้อมูล ในสมองและย่นระยะเวลาในการตอบสนอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานที่ต้องการสมาธิ การใช้เหตุผลและความจำ คาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะ ช่วยลดความหงุดหงิด อารมณ์ซึมเศร้าและความเครียดได้ ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกพึงพอใจและมีความสุข

ด้านโภชนาการ การดื่มกาแฟช่วยให้ร่างกายได้รับของเหลวเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน อีกทั้งเนื้อกาแฟยังมีแร่ธาตุไนแทซเซียมและไนอาซีน ซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ยังมีรายงานวิจัยว่าคาเฟอีนช่วยกระตุ้นการใช้พลังงานของร่างกาย ทำให้ไขมันสลายตัวเพิ่มขึ้น จึงอาจดื่มกาแฟเป็นเครื่องดื่มในการลดน้ำหนัก และเนื่องจากคาเฟอีนและสารอื่นที่มีอยู่ในกาแฟช่วยกระตุ้นการหลั่งกรดและน้ำย่อย กาแฟจึงช่วยในการย่อยอาหารเป็นเหตุให้คนจำนวนมากดื่มกาแฟหลังอาหารแต่ละมื้อ

จากการวิจัยทางการแพทย์สหรัฐฯ โดยดร.จี เวปสเตอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและคณะจากศูนย์การแพทย์นครฮอนโนลูลู สหรัฐฯ พบว่าผู้ชายที่ไม่ดื่มกาแฟมีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคพาคิสันมากกว่าพวกที่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 5 ถ้วย ถึง 5 เท่า

ผลกระทบของคาเฟอีนต่อเส้นเลือดมีประโยชน์ต่อวงการแพทย์ เพราะคาเฟอีนช่วยไปขยายหลอดเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เส้นเลือดแดงบริเวณที่ศีรษะหดตัว ซึ่งช่วยลดอาการปวดหัวจากไมเกรนได้ จากการศึกษาของนายแพทย์ วินเซนต์ ทูบิโอโล แห่งศูนย์การแพทย์ยูซีแอลเออ-ฮาร์เบอร์ ได้ตั้งทฤษฎีใหม่ว่า การรับคาเฟอีนจำนวน 400 มิลลิกรัมต่อวัน อาจช่วยลดอาการแพ้เกสรดอกไม้ได้

จากรายงานการวิจัยในกลุ่มสตรีที่ดื่มกาแฟไม่เกิน 5 ถ้วยต่อวันพบว่า กาแฟไม่มีส่วนทำให้เป็นการเสี่ยงต่อการเป็นโรคของหัวใจมากขึ้น แม้ในรายที่มีปัญหาเส้นเลือดอุดตันหรือหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟทุกวัน วันละหกถ้วยขึ้นไปก็ไม่มีอัตราหัวใจสูงกว่าปกติ และจากการสำรวจหลายครั้ง รวมทั้งการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่าผู้ดื่มกาแฟมีอัตร่การเป็นมะเร็งเต้านมต่ำกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ ส่วนการศึกษาของมหาวิทยาลัยบอสตันพบว่า คนไข้ที่ดื่มกาแอย่างน้องห้าถ้วยต่อวัน มีความเสี่ยงเป้นมะเร็งลำไส้ต่ำกว่ากลุ่มอื่นถึงร้อยละ 40

กาแฟยังกลายเป็นข่าวดีสำหรับผู้ชายทั่วโลก เมื่อดร.ดาร์ซี โรแบร์โตลิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชวิทยาของมหาวิทยาลัยริโอ เดอจาเนโร ในบราซิล เปิดเผยว่า ผู้ที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศอันเนื่องมาจากการดื่มสุรา การเสพยา ภาวะซึมเศร้าและอายุขัย สามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน


ออกกำลังกายอย่างไรให้ลดอ้วนอย่างปลอดภัย




ออกกำลังกายอย่างไรให้ลดอ้วนอย่างปลอดภัย

ถ้าคุณเคยอ่านเรื่องการออกกำลังกาย คุณอาจจะงงว่า เอ๊ะ บางที่บอกว่า ให้ออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ บางแห่งบอกว่าต้อง 5 ครั้ง อ้าวแล้วบางทีก็บอกว่าต้องออกต่อเนื่องกันอย่างน้อย 30 นาที แต่ไปเจออีกที่ บอกว่า ออกกำลังกาย 3 ครั้ง ครั้งละ 10 นาที ได้ผลเหมือนกับการออกกำลังกาย 30 นาที แล้วจะเอาไงกันแน่ละเนี้ย

ครับ มาวันนี้จะมาบอกให้รู้แบบเห็นธาตุแท้กันไปเลย

ก่อนอื่นเรามาแยกการออกกำลังกายตามวัตถุประสงค์ก่อน ผมก็ขอแยกง่ายๆว่า เราออกกำลังกาย

(1) เพื่อสุขภาพที่ดี

(2) เพื่อลดความอ้วน

ตรงนี้สำคัญ เพราะว่า วัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน จะมีแนวทางการออกกำลังกายที่ไม่เหมือนกัน

มาดูลักษณะของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีก่อน

(1) การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี - พวกนี้ไม่ต้องไปหักโหมอะไรมากมายหรอก เพราะมีงานวิจัยพบว่า หากเราแบ่งกลุ่มคนออกตามระดับของความฟิต พบว่า กลุ่มที่มีระดับความฟิตต่ำที่สุด จะมีโอกาสตายจากโรคหัวใจ เบาหวาน หรือมะเร็งมากกว่า กลุ่มที่ฟิตที่สุด ถึง 65% แต่หากคุณแค่ออกไปเดินออกกำลังกายเพียงแค่ 30 นาทีต่อวัน คุณก็จะมีโอกาสตายจากโรคดังกล่าวเพียงมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ฟิตที่สุด

เห็นไหมแค่เดินเท่านั้นก็เพียงพอแล้วต่อสุขภาพ

อย่างที่ทางการเขาแนะนำ ที่บอกว่า ควรออกกำลังกาย 20 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ นั้นก็ถูกต้องเหมาะสมกับสุขภาพที่ดี แต่จะขอกระซิบบอกว่า หาเพียงพอใหม่กับการลดความอ้วน

จะเพิ่มความรู้ให้อีกอย่างครับว่า แต่ก่อนแต่ไร ได้ยินมาว่า ควรจะออกกำลังกายแบบติดต่อกัน อย่างน้อย 20-30 นาที ถึงจะมีสุขภาพที่ดี แต่เดี่ยวนี้ งานวิจัยใหม่ๆกลับพบว่า หากคุณออกกำลังกาย 10 นาที 3 ครั้งต่อวัน จะมีผลเท่ากับออกกำลังกายต่อเนื่องกัน 30 นาที

เป็นไงละครับ คนที่ไม่เวลาออกกำลังกาย อย่ามาบ่นให้เหม็นขี้ฟัน คุณหาเวลา ครั้งละ 10 นาทีเพียงเพื่อเดิน ให้ได้ 3 ครั้งต่อวันไม่ได้เชียวหรือ ง่ายๆ ก็ เช้า ลงรถ ก่อน 2 ป้ายรถเมล์เดินไปที่ทำงาน เที่ยง หาที่กินข้าวไกลๆหน่อย แล้วเย็นๆ เดินไปอีก 2 ป้ายรถเมล์แล้วค่อยขึ้น เท่านี้โอกาสตายจากโรคทั้งหลายก็ลดลงแล้ว

(2) การออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วน - เอาละ ถ้าคุณอยากจะออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วน มันไม่ง่ายเหมือนเพื่อสุขภาพที่ดีหรอก ลองมาคำนวณง่ายๆ สมมติคุณต้องการจะลดน้ำหนักให้ได้ ครึ่งกิโลต่อสัปดาห์ คุณจะต้องเผาผลาญพลังงานให้มากกว่า 3,500 แคลอรี เมื่อเทียบกับแคลอรีที่ได้จากอาหารที่คุณกินเข้าไป (อันนี้คิดง่ายๆ เหมือนฝากเงินในธนาคาร หากจะผอมก็ต้องถอนมากกว่าฝาก ถอนคือ การเผาผลาญพลังงาน ฝากก็คือการกิน) ที่นี้หากคุณใช้การเดินวันละ 30 นาที เผาผลาญได้แค่ 120 แคลอรี หมายถึงคุณต้องเดิน 2 ชั่วโมงต่อวันเพื่อจะลดครึ่งกิโลในหนึ่งสัปดาห์ เห็นตัวเลขแล้วคุณจะรู้สึกท้อ ไม่อยากไปออกกำลังกายชัวร์ๆ

ตรงนี้แหละครับ ที่จะบอกว่า การออกกำลังกาย แต่ไม่ควบคุมการกิน จะทำให้ลดน้ำหนักได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่กินน้อยๆแบบสูตรต่างๆนะ เอาแค่ว่า หากจะลด ครึ่งกิโลใน 1 สัปดาห์ คุณก็แค่กินอาหารให้ลดลง 250 แคลอรี แล้วก็ไปวิ่งจ๊อกกิ้งครึ่งชั่วโมง ซึ่งก็ประมาณ 250 แคลอรี (ที่จริงมากกว่านี้อีก แล้วแต่ความเร็ว) เท่านี้คุณก็ลดน้ำหนักได้แล้ว

กินน้อยลง 250 แคลอรี ก็แค่ กินผักหรือผลไม้มากๆหน่อยตอนอาหารเย็น ก็เท่านั้นเอง ไม่ได้อดมื้อกินมื้อ จนต้องมานั่งเครียดแต่ประการใด (ยกเว้นพวกที่โยโย่แล้วนะ พวกนี้กินนิดเดียวอ้วน)

อ้อ หากจะลดความอ้วนจะมาออกกำลังกายแค่ 3 วันต่อสัปดาห์ บ่ได้ดอก เอาว่าควรออกกำลังกาย 5-6 วันต่อสัปดาห์ และอย่างน้อย 45 นาทีต่อวัน อ้ออย่าลืมว่า ควรออกกำลังกายให้หนักหน่อย ไม่ใช่เยาะแหยะ หนักแค่ไหนนะหรือ อันนี้เราต้องคำนวณจากอัตราการเต้นของหัวใจ ลองดูที่ http://www.siamfitness.com/THR1.html สิ เอาให้หัวใจเต้นอยู่ช่วงที่คำนวณได้นั้นแหละ

เห็นไหม หากมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การออกกำลังกายก็ต้องต่างกันออกไปด้วย อีกอันที่อยากแนะนำคือ หากพอจะมีตารางแคลอรีไว้ใช้งานก็หามาไว้ จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวว่าจะกินอะไรยังไง


ออกกำลังกายลดน้ำหนัก “ออกกำลังตอนไหนถึงจะดีละ”

คนตื่นนอนตอนเช้าแล้วมาออกกำลัง เพราะตอนเช้าอากาศสดชื่น มลพิษก็น้อย อากาศเย็น ร่างกายยังสดชื่นเพราะได้พักมาทั้งคืน แต่คงไม่มีใครกินอาหารก่อนออกกำลังแน่ เท่ากับรถยนต์ไม่ได้เติมน้ำมันรถยนต์จะวิ่งได้อย่างไร แต่คนออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องกินอาหาร เพราะตอนเย็นกินอาหารเสร็จเข้านอน ไม่ได้ใช้พลังงานขณะที่นอนหลับ ตับจะปรับเปลี่ยนสารอาหาร เช่น น้ำตาลเปลี่ยนเป็นไกลโคเจน ไตรกรีเซอร์ไรด์ ไขมันเปลี่ยนเป็นกรดไขมัน โปรตีนเปลี่ยนเป็นฟอสฟาเจน เป็นต้น แล้วนำไปเก็บไว้ในอวัยวะต่าง ๆ เมื่อตื่นนอนจึงไม่มีพลังงานหลงเหลืออยู่ในเลือด เท่ากับรถยนต์น้ำมันแห้งถัง สภาพนี้คนออกกำลังได้โดยตับจะดึงสารอาหารที่ปรับเปลี่ยนไปเก็บไว้ในที่ต่าง ๆ ตอนนอนหลับ ให้กลับเป็นสารพลังงานในเลือดใหม่ จึงสามารถออกกำลังกายได้ มาลองคิดดู ตอนนอนตับทำงานหนักมาก เพื่อเอาสารอาหารไปเก็บ ตื่นตอนเช้าไปออกกำลังกายทันที ตับต้องดึงสารอาหารที่เอาไปเก็บไว้เมื่อคืน ออกมาใช้ใหม่ ทำอย่างนี้บ่อย ๆ ทุกวัน ๆ ตับจะต้องทำงานหนักแค่ไหน จะทนสภาพนี้ได้นานเท่าไร เพราะไม่ได้พักเลย เหมือนคนกินเหล้าแล้วไม่กินอาหาร ตับต้องไปดึงสารอาหารจากที่ต่าง ๆ มาให้แอลกอฮอลเผาผลาญ มาก ๆ เข้านาน ๆ เข้า ในตับมีแต่ไขมัน กลายเป็นตับแข็ง
ทีนี้ถ้าจะทำให้ถูกต้องก็ต้องกินอาหารเสียก่อน แต่ต้องรอถึง 2 ช.ม. จึงจะไปออกกำลังได้ เช่น กินอาหาร ตี 5 เจ็ดโมงเช้าจึงจะออกกำลังกายได้ จะมีใครทำอย่างนี้บ้าง ฉะนั้น ฝรั่งจึงมีแต่คำว่า morning walk ไม่เคยได้ยิน morning jogging เลย นั่นคือออกกำลังกายเบา ๆ ได้ เช่น เดิน ก่อนเดินก็กินอาหารเบา ๆ เช่น แซนวิช 1 ชิ้น กับโอวันติน 1 ถ้วย ซึ่งจะใช้เวลาย่อยอาหารสัก 1/2 - 1 ช.ม. ก็พอ ก็จะไปเดินออกกำลังกายได้ กินเล็กน้อยออกกำลังกายเบา ๆ ก็ใช้พลังงานน้อย ที่กินมาแค่นี้ก็พอไหว
การออกกำลังตอนเย็น เรากินอาหารเช้า อาหารกลางวัน ตกเย็นรับรองว่าพลังงานยังเหลือเฟือ ขณะทำงานใช้ไปไม่หมด สามารถออกกำลังกายได้เลย เหมือนกับรถยนต์ น้ำมันยังไม่แห้งถัง แต่จะให้ดีอาจเติมอาหารเหมือนตอนเช้าอีกสักเล็กน้อย ก่อนไปออกกำลัง จะทำให้ไม่รู้สึกระโหย ความจริงไม่ต้องไปกินอะไรเลยก็ได้ ข้อสำคัญ เมื่อออกกำลังตอนเย็นเสร็จแล้ว ให้ดื่มน้ำโดยค่อย ๆ ดื่มจนรู้สึกอิ่ม กลับถึงบ้านท่านจะไม่รู้สึกหิวและไม่อยากกินอะไรอีก และหลังออกกำลังกายตอนเย็นนี้แล้ว เมื่อถึงเวลาเข้านอน จะเหลือสารอาหารน้อยที่สุด ตับไม่ต้องทำงานมาก สารอาหารไม่มีไปเก็บตามที่ต่าง ๆ จึงไม่ทำให้อ้วน และไม่มีสารอาหารเหลือค้างในหลอดเลือดโดยเฉพาะไขมัน จึงเป็นวิธีที่จะลดไขมันในเลือดได้ดีที่สุดโดยไม่ต้องกินยา
การ ออกกำลังกายตอนเช้า หรือตอนเย็นจะเป็นการออกกำลังที่ทำให้สุขภาพทั่ว ๆ ไปดี (แอโรบิก) เท่า ๆ กันทั้งคู่ แต่การออกกำลังกายตอนเย็นโดยไม่ไปกินอาหารภายหลัง ยังจะช่วยให้สารอาหารที่เหลือจากการกินตอนเช้าและตอนเที่ยง น้อยลงจนไม่สามารถทำร้ายร่างกายได้ด้วย การออกกำลังกายตอนเย็นจึงได้ 2 ต่อ
จากงานวิจัยต่างประเทศ เร็ว ๆ นี้ พบว่า การออกกำลังกายตอนเช้านั้น จะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง และการออกกำลังกายตอนเย็น จะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายเพิ่มขึ้น ดูในแง่นี้ถ้าไข้หวัดระบาด การออกกำลังกายตอนเย็นจะได้ 3 ต่อ มีกรณีเดียวที่ออกกำลังกายตอนเช้าได้ประโยชน์คือ พวกที่มีภูมิต้านทานมากไป เช่นโรคภูมิแพ้ได้แก่ หอบหืด แพ้อากาศ แพ้ฝุ่น หรือโรคพุ่มพวงดวงจันทร์ ออกกำลังกายตอนเช้าช่วยลดภูมิต้านทาน จึงเท่ากับช่วยให้คน ๆ นั้น กินยาลดภูมิต้านทานน้อยลงได้